ความแตกต่างระหว่างผู้เอาประกันภัยและผู้รับผลประโยชน์
ผู้เอาประกันภัย (Policyholder/Insured) คืออะไร?
ผู้เอาประกันภัย (Policyholder หรือ Insured) หมายถึง บุคคลหรือองค์กรที่ทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะมีหน้าที่ชำระเบี้ยประกันภัย และจะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น ความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน หรือความเสี่ยงอื่นๆ ตามที่ได้ตกลงไว้
ผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary) คืออะไร?
ผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary) หมายถึง บุคคลที่ได้รับการกำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ให้เป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือผลประโยชน์จากบริษัทประกันภัย เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตหรือเกิดเหตุการณ์ตามเงื่อนไขที่กรมธรรม์กำหนดไว้ ผู้รับผลประโยชน์สามารถเป็นบุคคลหนึ่งคนหรือหลายคนก็ได้ ตามที่ผู้เอาประกันภัยได้กำหนดไว้
ตารางเปรียบเทียบผู้เอาประกันภัยและผู้รับผลประโยชน์
หัวข้อเปรียบเทียบ | ผู้เอาประกันภัย (Insured) | ผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary) |
---|---|---|
บทบาทหลัก | ทำสัญญาประกันภัย ชำระเบี้ยประกันภัย และได้รับความคุ้มครอง | ได้รับเงินชดเชยหรือผลประโยชน์ตามกรมธรรม์เมื่อเกิดเหตุที่กำหนดไว้ |
การจ่ายเงิน | ชำระเบี้ยประกันภัยตามเงื่อนไขที่กำหนด | ไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัย รับเฉพาะเงินชดเชย |
สิทธิในการกำหนดเงื่อนไข | มีสิทธิในการเลือกผู้รับผลประโยชน์และเงื่อนไขกรมธรรม์ | ไม่มีสิทธิในการเลือกหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกรมธรรม์ |
การเปลี่ยนแปลงสถานะ | สามารถเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์หรือผู้รับผลประโยชน์ได้ตามต้องการ | ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์หรือผู้เอาประกันภัยได้ |
สถานะเมื่อเกิดเหตุ | อาจเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น | ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพียงแต่ได้รับผลประโยชน์ตามสิทธิที่ระบุไว้ |
สรุป
ผู้เอาประกันภัยคือผู้ที่ทำหน้าที่สำคัญในการทำสัญญาและจ่ายเบี้ยประกันภัย ในขณะที่ผู้รับผลประโยชน์คือผู้ที่ได้รับเงินหรือผลตอบแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ความเข้าใจในบทบาทของทั้งสองฝ่ายจึงสำคัญต่อการบริหารและวางแผนประกันภัยอย่างเหมาะสม